พิมพ์สกรีน vs ออฟเซ็ต ความแตกต่างระหว่างงานพิมพ์บนบรรจุภัณฑ์

พิมพ์สกรีน vs ออฟเซ็ต ความแตกต่างระหว่างงานพิมพ์บนบรรจุภัณฑ์

การตัดสินใจเลือกระหว่าง พิมพ์สกรีน vs ออฟเซ็ต ไม่ใช่แค่เรื่องของความสวยงาม แต่คือการตัดสินใจเชิงกลยุทธ์ที่ส่งผลต่อต้นทุน ความเร็ว และภาพลักษณ์ของแบรนด์คุณโดยตรง

ทีมงานหงส์ไทยจึงจะพาไปเจาะลึกทุกความแตกต่าง เพื่อให้คุณสามารถเลือกระบบพิมพ์ที่เหมาะสมและคุ้มค่าที่สุดสำหรับธุรกิจของคุณ

หัวข้อย่อยมีอะไรบ้าง ?

ปัญหาที่ผู้ประกอบการมักเจอเมื่อเลือกระบบพิมพ์ผิด

หลายธุรกิจต้องพบกับปัญหาต้นทุนที่สูงเกินจำเป็น เนื่องจากเลือกใช้ระบบพิมพ์ที่ไม่เหมาะสมกับปริมาณสินค้า หรือได้ผลลัพธ์ที่ไม่ตรงความต้องการ

บางร้านสั่งพิมพ์ออฟเซ็ตจำนวนน้อย ทำให้ต้นทุนต่อหน่วยแพงมาก ขณะที่บางร้านใช้สกรีนทำงานที่ต้องการความละเอียดสูง ส่งผลให้คุณภาพไม่เป็นไปตามที่คาดหวัง

การเข้าใจความแตกต่างจะช่วยให้คุณประหยัดงบประมาณ และได้บรรจุภัณฑ์ที่ตรงตามความต้องการได้อย่างแม่นยำ

เจาะลึก “การพิมพ์สกรีน” (Screen Printing)

เจาะลึก การพิมพ์สกรีน (Screen Printing)

การพิมพ์สกรีน คือการใช้บล็อกพิมพ์ที่มีลวดลายตามแบบแล้วใช้ยางปาดสีให้ทะลุผ่านบล็อกลงไปติดบนตัวบรรจุภัณฑ์โดยตรง

เปรียบเสมือนการทำแสตมป์หรือลายฉลุลงบนกล่องหรือถุงนั่นเอง

ข้อดีของการพิมพ์สกรีน

  • ลงทุนเริ่มต้นน้อย : เหมาะกับงานจำนวนไม่มาก ไม่ต้องแบกรับค่าทำแม่พิมพ์ราคาสูง
  • พิมพ์บนวัสดุสำเร็จรูปได้ : สามารถสกรีนโลโก้ลงบนกล่องหรือถุงที่ขึ้นรูปมาแล้วได้
  • สีทึบและสด : ให้สีที่หนาแน่น มองเห็นชัดเจน แม้พิมพ์บนพื้นผิวสีเข้ม

ข้อควรพิจารณา

  • รายละเอียดจำกัด : ไม่เหมาะกับงานที่มีภาพซับซ้อน การไล่เฉดสี หรือตัวอักษรขนาดเล็กมากๆ
  • ต้นทุนต่อชิ้นสูง : หากต้องการสั่งผลิตในปริมาณมาก ราคาต่อหน่วยจะสูงกว่าออฟเซ็ต
  • ความเร็วในการผลิต : กระบวนการส่วนใหญ่ต้องอาศัยแรงงานคน ทำให้ผลิตได้ช้ากว่า

งานแบบไหนที่เหมาะกับการพิมพ์สกรีน?

เหมาะสำหรับเจ้าของธุรกิจที่ต้องการพิมพ์โลโก้หรือข้อความง่ายๆ ไม่กี่สีลงบนบรรจุภัณฑ์สำเร็จรูป เช่น กล่องไปรษณีย์, ถุงกระดาษ โดยสั่งผลิตในจำนวนไม่มาก

เจาะลึก “การพิมพ์ออฟเซ็ต” (Offset Printing)

เจาะลึก การพิมพ์ออฟเซ็ต (Offset Printing)

คือระบบการพิมพ์คุณภาพสูงที่ใช้ในอุตสาหกรรม โดยพิมพ์ลวดลายลงบนแผ่นกระดาษเรียบ ก่อนที่จะนำกระดาษนั้นไปผ่านกระบวนการไดคัทและขึ้นรูปเป็นกล่องบรรจุภัณฑ์

เป็นระบบที่โรงงานผลิตกล่องขนาดใหญ่เลือกใช้สำหรับงานผลิตจำนวนมาก

ข้อดีของการพิมพ์ออฟเซ็ต

  • คุณภาพสูงสุด : ให้ความละเอียดคมชัดสูงมาก พิมพ์ภาพถ่ายหรือกราฟิกซับซ้อนได้ดีเยี่ยม
  • สีสันแม่นยำ : สามารถไล่เฉดสี (CMYK) ได้อย่างสวยงามสมจริงตามไฟล์ออกแบบ
  • ยิ่งพิมพ์เยอะ ยิ่งถูก : ต้นทุนต่อหน่วยจะลดลงอย่างมากเมื่อสั่งผลิตในปริมาณสูง

ข้อควรพิจารณา

  • ค่าใช้จ่ายเริ่มต้นสูง : มีค่าใช้จ่ายในการทำเพลทแม่พิมพ์ ซึ่งไม่เหมาะกับงานจำนวนน้อย
  • พิมพ์บนกระดาษเรียบเท่านั้น : ไม่สามารถพิมพ์ลงบนกล่องที่ขึ้นรูปแล้วได้
  • มีขั้นต่ำในการผลิต (MOQ) : โรงพิมพ์ส่วนใหญ่จะกำหนดปริมาณสั่งผลิตขั้นต่ำที่ค่อนข้างสูง

งานแบบไหนที่เหมาะกับการพิมพ์ออฟเซ็ต?

เหมาะสำหรับแบรนด์ที่ต้องการสร้างกล่องบรรจุภัณฑ์ที่ออกแบบเองทั้งหมด (Custom Design) พิมพ์สีสันและลวดลายเต็มพื้นที่กล่อง และมีแผนการผลิตในปริมาณมาก

ตารางเปรียบเทียบหมัดต่อหมัด พิมพ์สกรีน VS พิมพ์ออฟเซ็ต

ตารางเปรียบเทียบหมัดต่อหมัด พิมพ์สกรีน VS พิมพ์ออฟเซ็ต
คุณสมบัติการพิมพ์สกรีน (Screen Printing)การพิมพ์ออฟเซ็ต (Offset Printing)
กระบวนการใช้บล็อกสกรีนปาดสีลงบนวัสดุโดยตรงใช้เพลทแม่พิมพ์ถ่ายทอดภาพลงบนลูกกลิ้งยางก่อนพิมพ์
คุณภาพสีสันสด ทึบแสง เหมาะกับงานไม่กี่สีคมชัดสูง ไล่เฉดสีสวยงาม รายละเอียดซับซ้อน
ปริมาณที่เหมาะจำนวนน้อย – ปานกลาง (หลักสิบ – หลักร้อยชิ้น)จำนวนมาก (หลักพันชิ้นขึ้นไป)
ต้นทุนค่าบล็อกเริ่มต้นไม่สูง ต้นทุนต่อชิ้นสูงค่าเพลทเริ่มต้นสูง แต่ต้นทุนต่อชิ้นถูกเมื่อผลิตเยอะ
ความเร็วช้ากว่า ใช้เวลาเตรียมการและพิมพ์นานกว่ารวดเร็วมากในการผลิตซ้ำจำนวนมาก
วัสดุที่พิมพ์ได้หลากหลายมาก เช่น กระดาษ, พลาสติก, ผ้าส่วนใหญ่เน้นพิมพ์ลงบนกระดาษก่อนนำไปแปรรูป

เทคนิคการเลือกโรงงานพิมพ์ที่เหมาะสม

เทคนิคการเลือกโรงงานพิมพ์ที่เหมาะสม

สำหรับการพิมพ์สกรีน

ควรเลือกผู้ให้บริการที่มีประสบการณ์การทำงานแบบ Hand-craft มีความละเอียดรอบคอบ และสามารถผลิตในปริมาณไม่มากได้

สำหรับการพิมพ์ออฟเซ็ต

ควรเลือกโรงงานที่มีเครื่องจักรทันสมัย ระบบควบคุมคุณภาพที่ดี และมีประสบการณ์งานผลิตปริมาณมาก

เกณฑ์การพิจารณาทั่วไป

ตรวจสอบผลงานที่ผ่านมา อ่านรีวิวลูกค้า สอบถามเรื่องการรับประกันคุณภาพ และเปรียบเทียบราคาจากหลายแหล่งครับ

ตัวอย่าง Case Study การเลือกระบบพิมพ์ในธุรกิจได้ถูกต้อง

ตัวอย่าง Case Study การเลือกระบบพิมพ์ในธุรกิจได้ถูกต้อง

กรณีที่ 1: ร้านเบเกอรี่ขนาดเล็ก

ร้านเบเกอรี่ “บ้านขนม” ต้องการกล่องใส่เค้ก 200 ใบต่อเดือน พิมพ์โลโก้ 2 สี เลือกใช้การพิมพ์สกรีน ประหยัดต้นทุนได้ 40% เมื่อเทียบกับออฟเซ็ต

กรณีที่ 2: แบรนด์อาหารออร์แกนิค

แบรนด์ “Green Choice” ต้องการกล่องผลิตภัณฑ์ 5,000 ใบ พิมพ์ภาพสีสันสวยงาม เลือกใช้การพิมพ์ออฟเซ็ต ได้คุณภาพสูงและประหยัดต้นทุนต่อหน่วย 50%

กรณีที่ 3: Startup E-commerce

ธุรกิจ “SmartBox” เริ่มต้นด้วยสกรีนกล่องไปรษณีย์ 300 ใบ หลังธุรกิจเติบโต ถึงค่อยเปลี่ยนมาใช้ออฟเซ็ตเมื่อสั่งผลิต 2,000 ใบขึ้นไป

อนาคตของเทคโนโลยีการพิมพ์บรรจุภัณฑ์

อนาคตของเทคโนโลยีการพิมพ์บรรจุภัณฑ์

เทคโนโลยีใหม่ๆ กำลังเปลี่ยนแปลงภาคอุตสาหกรรมการพิมพ์ และมีโอกาสที่ระบบการพิมพ์จะเปลี่ยนไป โดยจะมีรูปแบบการพิมพ์ใหม่ๆ เกิดขึ้น ได้แก่

3D Printing สำหรับบรรจุภัณฑ์

เทคโนโลยี 3D Printing เริ่มใช้สำหรับสร้างต้นแบบบรรจุภัณฑ์ และอาจพัฒนาไปสู่การผลิตจริงในอนาคต

AI ในการออกแบบและควบคุมคุณภาพ

ระบบ AI ช่วยในการออกแบบที่เหมาะสมกับกระบวนการพิมพ์ และตรวจสอบคุณภาพแบบ Real-time

Smart Packaging

บรรจุภัณฑ์ที่สามารถเชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟนหรือมีเซ็นเซอร์ตรวจสอบสภาพสินค้า อาจจะกลายเป็นเทรนด์ใหม่ในอนาคตก็ได้

คำถามที่พบบ่อย (FAQ) เกี่ยวกับงานสกรีนบนบรรจุภัณฑ์

คำถามที่พบบ่อย (FAQ) เกี่ยวกับงานสกรีนบนบรรจุภัณฑ์

Q1: สรุปง่ายๆ พิมพ์สกรีนกับออฟเซ็ต ต่างกันอย่างไร?
A : พูดให้เห็นภาพง่ายที่สุด การพิมพ์สกรีน คือการพิมพ์ลายง่ายๆ เช่น โลโก้ ลงบน “กล่องที่ขึ้นรูปแล้ว” เหมาะกับงานจำนวนน้อย 

ส่วนการพิมพ์ออฟเซ็ต คือการพิมพ์ลายคุณภาพสูงลงบน “แผ่นกระดาษ” ก่อนนำไปทำเป็นกล่อง เหมาะสำหรับงานจำนวนมากที่ต้องการความสวยงามเป็นพิเศษครับ

Q2: ถ้าต้องการสั่งพิมพ์กล่องจำนวนน้อย (ต่ำกว่า 100 ใบ) ควรเลือกระบบไหน?
A : การพิมพ์สกรีน คือคำตอบที่ดีที่สุดครับ เพราะมีค่าใช้จ่ายเริ่มต้นไม่สูง ไม่บังคับจำนวนสั่งผลิตขั้นต่ำ (MOQ) ทำให้เหมาะกับธุรกิจที่เพิ่งเริ่มต้นหรือต้องการทดลองตลาด

Q3: อยากได้กล่องที่พิมพ์ภาพถ่ายหรือกราฟิกสีสันสวยงาม ควรเลือกอะไร?
A : ต้องเลือก การพิมพ์ออฟเซ็ต เท่านั้นครับ เพราะเป็นระบบเดียวที่ให้ความละเอียดคมชัดสูงสุด สามารถไล่เฉดสีและเก็บรายละเอียดที่ซับซ้อนของภาพได้อย่างสมบูรณ์แบบ ซึ่งการพิมพ์สกรีนไม่สามารถทำได้

Q4: ในแง่ของต้นทุน ระบบไหนถูกกว่ากัน?
A : ขึ้นอยู่กับ “จำนวน” ที่สั่งผลิตครับ

  • สั่งน้อย (หลักร้อยชิ้น) : พิมพ์สกรีนจะถูกกว่า เพราะค่าบล็อกเริ่มต้นไม่แพง
  • สั่งเยอะ (หลักพันชิ้น ): พิมพ์ออฟเซ็ตจะถูกกว่ามาก เพราะต้นทุนต่อหน่วยจะลดลงอย่างเห็นได้ชัดเมื่อผลิตจำนวนมาก

Q5: ทำไมการพิมพ์ออฟเซ็ตถึงพิมพ์บนกล่องที่พับแล้วไม่ได้?
A : เพราะกระบวนการของออฟเซ็ตคือการใช้เครื่องจักรขนาดใหญ่พิมพ์ลงบนแผ่นกระดาษเรียบๆ ทีละจำนวนมากก่อน แล้วจึงนำแผ่นกระดาษที่พิมพ์เสร็จแล้วไปเข้าสู่กระบวนการไดคัทและขึ้นรูปเป็นกล่องในขั้นตอนถัดไปครับ

สรุป

ทีมงานหงส์ไทยขอสรุปให้เข้าใจง่ายๆ เพื่อให้คุณตัดสินใจได้ทันที

เลือกใช้งานการพิมพ์สกรีน ต่อเมื่อ

  • คุณเพิ่งเริ่มต้น และต้องการทดลองตลาดด้วยงบจำกัด
  • คุณต้องการพิมพ์โลโก้/ข้อความง่ายๆ 1-2 สี
  • คุณต้องการพิมพ์ลงบนกล่องหรือถุงสำเร็จรูปในจำนวนไม่เกิน 100-500 ชิ้น

เลือกใช้งานการพิมพ์ออฟเซ็ตต่อเมื่อ

  • คุณต้องการสร้างแบรนด์อย่างจริงจังด้วยกล่องที่ออกแบบเฉพาะตัว
  • คุณต้องการงานพิมพ์คุณภาพสูง ภาพคมชัด สีสันสวยงาม
  • คุณต้องการสั่งผลิตกล่องครั้งละ 1,000 ชิ้นขึ้นไป เพื่อให้ได้ต้นทุนต่อหน่วยที่คุ้มค่า

หากคุณยังไม่แน่ใจว่าระบบไหนจะตอบโจทย์ธุรกิจของคุณได้ดีที่สุด ปรึกษาทีมงานหงส์ไทยได้เลยครับ เราพร้อมให้คำแนะนำจากประสบการณ์จริง เพื่อให้คุณได้บรรจุภัณฑ์ที่ใช่ ในงบประมาณที่เหมาะสม

แนะนำสินค้าจากโรงงาน

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า | แจ้งยกเลิกการประมวลผลข้อมูล

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • คุกกี้ที่จำเป็น
    เปิดใช้งานตลอด

    ประเภทของคุกกี้มีความจำเป็นสำหรับการทำงานของเว็บไซต์ เพื่อให้คุณสามารถใช้ได้อย่างเป็นปกติ และเข้าชมเว็บไซต์ คุณไม่สามารถปิดการทำงานของคุกกี้นี้ในระบบเว็บไซต์ของเราได้

  • คุกกี้เพื่อการวิเคราะห์และโฆษณา

    คุกกี้ประเภทนี้จะเก็บข้อมูลต่าง ๆ รวมทั้งข้อมูลวส่วนบบุคลเกี่ยวกับตัวคุณเพื่อเราสามารถนำมาวิเคราะห์ และนำเสนอเนื้อหา ให้ตรงกับความเหมาะสมกับความสนใจของคุณ ถ้าหากคุณไม่ยินยอมเราจะไม่สามารถนำเสนอเนื้อหาและโฆษณาได้ไม่ตรงกับความสนใจของคุณ Cookies ที่เราใช้งานได้แก่ Google Analytics และ Facebook Pixel

บันทึกการตั้งค่า